ข่าว-ศาลสั่งจำคุก แกนนำ พธม. นำมวลชน บุกเอ็นบีที เมื่อ 12 ปีที่แล้ว “สมเกียรติ-เจ๊ปอง” โดนด้วย

ข่าว-ศาลสั่งจำคุก แกนนำ พธม. นำมวลชน บุกเอ็นบีที เมื่อ 12 ปีที่แล้ว “สมเกียรติ-เจ๊ปอง” โดนด้วย

ข่าว-ศาลสั่งจำคุก แกนนำ พธม. นำมวลชน บุกเอ็นบีที เมื่อ 12 ปีที่แล้ว “สมเกียรติ-เจ๊ปอง" โดนด้วย

ข่าว-ศาลสั่งจำคุก แกนนำ พธม. นำมวลชน บุกเอ็นบีที เมื่อ 12 ปีที่แล้ว “สมเกียรติ-เจ๊ปอง” โดนด้วย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1033/2562 และอ.2299/2561 ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เป็นจำเลยที่ กับพวกรวม 5 คน รวม 2

สำนวน ซึ่งศาลสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียก นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จำเลยในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยที่ 1-4ในสำนวนหลัง คือ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก นายภูวดล ทรงประเสริฐ นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที และ

นายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล ว่าจำเลยที่ 2-5 ตามลำดับโดยคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 25-26 ส.ค.51 จำเลยทั้งห้ากับพวก 85 คนที่ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4504/2553 ของศาลอาญากับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง

ร่วมกันกระทำความผิดเป็นซ่องโจรมั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยร่วมกันเดินขบวนในถนนสาธารณะจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์และจากที่อื่นๆโดยมีอาวุธปืนมีด ขวาน ไม้กอล์ฟ ไม้ท่อน หนังสติ๊กลูกเหล็กแล้วร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณ และ

อาคารสำนักงานสถานีเอ็นบีทีทุบทำลายประตูหน้าต่าง ตัดสายไฟฟ้าตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าระบบโทรศัพท์ระบบคอมพิวเตอร์ระบบกล้องวงจรปิดทำลายระบบส่งสัญญาณการออกอากาศวิทยุโทรทัศน์และร่วมกันข่มขืนใจพนักงานไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ออกอากาศและกระจายเสียงและสั่งให้ออกไปจากอาคารสถานี

โดยจำเลยทั้ง5เป็นหัวหน้าและเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจรฐานร่วมกันทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฐานร่วมกันบุกรุกและฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210,215,309,358,364เเละ365

โดยจำเลยทั้ง5ให้การปฏิเสธศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่าโจทก์มีพยานเจ้าพนักงานตำรวจที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัยหลายปาก ผู้อำนวยการและช่างภาพสถานีเอ็นบีทีเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มพันธมิตร

ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมกันที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์เพื่อขับไล่รัฐบาลที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ส.ค.51 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศว่าวันที่ 26 ส.ค.51จะบุกสถานที่ราชการหลาย

แห่งรวมทั้งสถานีเอ็นบีทีครั้นวันที่ 26 ส.ค.เวลา 05.00 น.มีกลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ดของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมได้ 85 คน หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาที่

หน้าประตูทางเข้าออกด้านหน้าสถานีจนเวลา 8.00 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่พร้อมรถยนต์บรรทุกติดเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่มาถึงสถานีเอ็นบีทีหลายคันผู้ชุมนุมบนรถดังกล่าวผลัดเปลี่ยนกันพูดโจมตีรัฐบาลและสถานีเอ็นบีทีว่าเป็นกระบอก

เสียงของรัฐบาลต้องการยึดเอ็นบีทีให้จอดำและเชื่อมต่อสัญญาณออกอากาศเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับไป พยานโจทก์ยืนยันว่าขณะนั้นอยู่ในลักษณะประจันหน้ากันที่ประตูรั้ว

พยานเห็นจําเลยทั้ง5 อยู่บนรถและมีพยานจำเสียงของจำเลยที่ 2ได้โดยโจทก์มีภาพถ่ายเป็นพยานหลักฐานด้วยต่อมากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพังประตูรั้วเหล็กฝ่าแนวกั้นของ เจ้าพนักงานตำรวจบุกรุกเข้าไปในบริเวณพื้นที่และอาคาร

สถานีจำเลยที่ 5 ประกาศต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจว่าผู้ชุมนุมเป็นกองทัพประชาชนผู้บัญชาการสั่งการให้มายึดเอ็นบีที ที่ให้เจ้าพนักงานตำรวจออกจากอาคารสถานีไปกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดพื้นที่สถานีและอาคารดังกล่าวจนถึง

เวลา 17.00-18.00 น.นอกจากพยานในที่เกิดเหตุโจทก์ ยังมีพยานเจ้าพนักงานตำรวจผู้ติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมทางช่องเคเบิลทีวีเอเอสทีวี และผู้ถอดเทปคำปราศรัยบนเวทีชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบุกยึดสถานี

เอ็นบีที่สอดคล้องต้องกันพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทั้ง 2 กลุ่มคือนักรบศรีวิชัยที่บุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีดังกล่าวเวลา 05.00 น. และจำเลยทั้ง 5 กับพวกที่บุกรุกเข้าไปในอาคาร

สถานีดังกล่าวเวลา 08.00 น. มีเจตจำนงเดียวกันและกระทำการต่อเนื่องเชื่อมโยงกันเพื่อปฏิบัติภารกิจบุกยึดสถานีเอ็นบีทีให้บรรลุเป้าหมายที่แกนนำร่วมกันมีมติเป็นการร่วมกันกระทำความผิดที่จำเลยที่ 1-4 อ้างว่ามีผู้ชุมนุมดาวกระจายไปที่สถานีเอ็นบีที

เเล้วถูกจับกุมไป ยังมีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งอยู่ที่หน้าสถานีเมื่อทราบข่าวจึงเคลื่อนขบวนติดตามไปภายหลังเพื่อนำมวลชนกลับมาที่สะพานมัฆวานรังสรรค์โดยไม่ได้เข้าไปในสถานีและจำเลยที่ 5 เป็นเพียงผู้ชุมนุมธรรมดาที่เดินทางไปร่วมชุมนุมไม่ได้พูด

ประกาศต่อเจ้าพนักงานตำรวจนั้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้จําเลยทั้ง 5 มีความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ฐานร่วมกันบุกรุก ฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นส่วนความผิดฐานร่วมกันเป็น

ซ่องโจร โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง 5 กับพวกและกลุ่มนักรบศรีวิชัยสมคบกันร่วมประชุมวางแผนกันแต่ไม่มีพยานหลักฐานจึงลงโทษฐานนี้ไม่ได้จำเลยที่ 1 เป็นแกนนำของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยร่วมสมคบคิดบุกยึดสถานีเอ็นบีที ขึ้นเวที

ชุมนุมที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ร่วมประกาศภารกิจและร่วมเดินทางไปด้วยในลักษณะกำกับดูแลเป็นหัวหน้าเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด แต่สำหรับจำเลยที่ 2-5 พยานหลักฐานยังไม่ชัดว่าเป็นหัวหน้าหรือมีหน้าที่สั่งการในการบุกยึดพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 มี กำหนด 2 ปี จำคุกจำเลยที่ 2-5 คนละ 1 ปี

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้วเห็นว่าโจทก์มีพยานเจ้าพนักงานตำรวจที่ไปดูแลรักษาความปลอดภัยหลายปาก ผู้อำนวยการและช่างภาพสถานีเอ็นบีทีเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ

ประชาธิปไตยชุมนุมกันที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์เพื่อขับไล่รัฐบาลที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ส.ค.51 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศว่าวันที่ 26 ส.ค.51จะบุกสถานที่ราชการหลายแห่งรวมทั้งสถานี

เอ็นบีทีครั้นวันที่ 26 ส.ค.เวลา 05.00 น.มีกลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ดของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกรุกเข้าไปในอาคารสถานีเอ็นบีที เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมได้ 85 คน หลังจากนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมาที่หน้าประตูทาง

เข้าออกด้านหน้าสถานีจนเวลา 8.00 น. ผู้ชุมนุมกลุ่มใหญ่พร้อมรถยนต์บรรทุกติดเครื่องขยายเสียงเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่มาถึงสถานีเอ็นบีทีหลายคันผู้ชุมนุมบนรถดังกล่าวผลัดเปลี่ยนกันพูดโจมตีรัฐบาลและสถานีเอ็นบีทีว่าเป็นกระบอกเสียงของ

รัฐบาลต้องการยึดเอ็นบีทีให้จอดำและเชื่อมต่อสัญญาณออกอากาศเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ที่

ถูกจับไป พยานโจทก์ยืนยันว่าขณะนั้นอยู่ในลักษณะประจันหน้ากันที่ประตูรั้ว พยานเห็นจําเลยทั้ง5 อยู่บนรถและมีพยานจำเสียงของจำเลยที่ 2ได้โดยโจทก์มีภาพถ่ายเป็นพยานหลักฐานด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้จำเลยทั้งหมดอยู่ระหว่างการยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์คดี

สนับสนุนโดย : MT88Live

ติดต่อสอบถามได้ที่ : MT88BET

Add a Comment